ถาม ขอทราบประวัติโรงเรียน?

ตอบ โรงเรียนเปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 โดยผู้ก่อตั้งและผู้รับใบอนุญาต คือ คุณอันวิดา อภิจารี จบการศึกษาด้านปฐมวัย B.Ed.Early Childhood Education และ M.Ed School Management จากรัฐวิกตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย มีประสบการณ์การสอนในประเทศออสเตรเลียและโรงเรียนนานาชาติ ในประเทศไทย โดยโรงเรียนผ่านการตรวจมาตรฐานการศึกษาคุณภาพด้านตัวเด็กในระดับ ”ดีมาก” จาก สมศ. (สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาองค์การมหาชน) และด้วยคุณภาพในตัวเด็กความโดดเด่นด้านวิชาการและกิจกรรมการเรียนการสอนจึงสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ปกครองและนิยมส่งบุตรธิดามาศึกษาที่อนุบาลแห่งนี้ทำให้จำนวนนักเรียนมากขึ้นทุกปี
 

ถาม สัดส่วนการรับนักเรียนต่อห้อง?

ตอบ  ในระดับเตรียมอนุบาล ครู 2 ท่าน /ครูพี่เลี้ยง 1 ท่าน ต่อเด็ก 21 คน 
       ในระดับอนุบาล 1-3  ครู 2 ท่าน ต่อเด็ก 25 คน 
       ในระดับประถม 1-6 ครูประจำชั้น และครูประจำวิชา  เด็ก 30 คน 

ถาม คุณครูจบการศึกษาอะไรมา?

ตอบ คุณครูประจำชั้นทุกท่าน จบการศึกษาอย่างน้อยปริญญาตรีทางครุศาสตร์เอกปฐมวัย  หรือจบหลักสูตรวุฒิบัตร ครูทุกท่านมีใบประกอบวิชาชีพครู หรือ/และมีประสบการณ์ ครูคู่ชั้นจบปริญญาตรีทุกท่านมีประสบการณ์และมีใจรักเด็ก สามารถร่วมสอนและดูแลด้านร่างกายสุขอนามัยของเด็กทุกคน นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังเน้นให้คุณครูใฝ่หาความรู้ เพื่อพัฒนาคุณภาพของการสอนด้วยการจัดการอบรม โดยเชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญและเดินทางศึกษาดูงานตามหน่วยการเรียนรู้ต่างๆที่จะสอนนักเรียน
 

ถาม โรงเรียนสอนแนวไหน?

ตอบ โรงเรียนเน้นการสอนที่ลงมือปฏิบัติจริงและการเป็นผู้นำทางด้านความคิดและผสมผสานวิธีการสอนที่หลากหลาย  ให้เหมาะสมกับแต่ละกิจกรรมได้แก่การสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นนักเรียน โดยนักเรียนเป็น Active learner และคุณครูมีหน้าที่ควบคุมให้การสนทนาอยู่ในขอบเขตเนื้อหา และเพิ่มเติมเนื้อหาที่จำเป็นต่อการเรียนรู้เช่นแนว Categorizing เพื่อฝึกฝนทักษะการคิดวิเคราะห์ จัดหมวดหมู่และแยกประเภทจากการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 เช่น Cooperative Learning ในการทำงานกลุ่มเพื่อให้นักเรียนสามารถสร้างผลงานกลุ่ม ใช้Lecture โดยการทบทวนผ่านกิจกรรมสนุกสนาน เพื่อสอนพื้นฐานการใช้ภาษาไทยและคณิตศาสตร์เป็นการปูพื้นฐานและเชื่อมโยงไปสู่การนำไปใช้ในชีวิตจริง ได้แก่ การอ่านป้ายต่างๆ การอ่านหนังสือที่สนใจและสามารถสื่อสารโดยการพูดและเขียนความคิดของตนเองอย่างเหมาะสมตามวัย การเรียนในแนวนี้ทำให้นักเรียนที่จบจากโรงเรียนมีความโดดเด่นทางด้าน IQ และ EQ

ในแต่ละสัปดาห์คุณครูจะแนะนำ “หัวข้อการเรียนรู้” ของแต่ละสัปดาห์เช่น สัตว์ป่า, วงจรชีวิตกบ, รุ้งเจ็ดสี ซึ่งจะช่วยปูพื้นฐานทางความรู้รอบตัว คุณครูจะตั้งคำถามของ หัวข้อนั้นๆเพื่อเปิดโอกาสให้เด็กๆร่วมสนทนาและแบ่งปันประสบการณ์ และนำไปสู่รูปแบบการสอนที่มีการเชื่อมโยงระหว่างวิชา ทุกหัวข้อการเรียนรู้มีวิชาที่เกี่ยวข้องในการเรียนมากกว่า 2 วิชาซึ่งสร้างความน่าสนใจในวิชาต่างๆและจะกระตุ้นให้ผู้เรียนคิดได้กว้างและลึกซึ้งมากขึ้นนักเรียนจะได้เห็นความสำคัญของวิชาต่างๆ ค้นพบวิธีบูรณาการความรู้เข้าด้วยกันและเชื่อมโยงสิ่งที่ตนเองเรียนรู้ไปสู่การนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

 

ถาม โรงเรียนใช้หลักสูตรอะไร?

ตอบ ในระดับชั้นอนุบาลหลักสูตรที่โรงเรียนใช้ในการสอนคือ Mini English Program และ English Program และระดับประถมใช้หลักสูตร  English Program เนื่องจากในปัจจุบันภาษาอังกฤษมีความสำคัญกับชีวิตประจำวันมากขึ้น ทางโรงเรียนมีความเชื่อว่าเด็กแต่ละวัยมีความสนใจในการเรียนรู้และมีศักยภาพในการเรียนที่แตกต่าง โรงเรียนจึงพัฒนาหลักสูตรประจำสถานศึกษาที่อิงจากหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยของกระทรวงศึกษาธิการส่งเสริมและเติมเต็มศักยภาพทางด้านร่างกายสังคมจริยธรรมคุณธรรมอารมณ์จิตใจและสติปัญญาโดยตั้งจุดประสงค์การเรียนรู้ของแต่ละกลุ่มสาระของแต่ละระดับชั้นอย่างชัดเจน ได้แก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ ความรู้รอบตัว และเชาวน์ปัญญา พละ ศิลปะและดนตรีเพื่อเติมเต็มความอยากรู้ของนักเรียนและช่วยพัฒนาศักยภาพ โดยประยุกต์ ความรู้ที่เรียนมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นรูปประธรรม เป็นผู้รักการอ่านเขียนมีความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าคิดและแสดงออกอย่างเหมาะสมและมีภาวะเป็นผู้นำ

ถาม โรงเรียนมีการประกันคุณภาพการศึกษาอย่างไร?

ตอบ โรงเรียนได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยสมศ และได้รับคะแนนระดับ “ดีมาก” ทุกปีการศึกษา

ถาม โรงเรียนสื่อสารอย่างไรกับผู้ปกครองบ้าง?

ตอบ - Videoปฐมนิเทศ ทางโรงเรียนได้จัดให้มีการส่งคลิปวีดีโอปฐมนิเทศให้ผู้ปกครองใหม่ทุกปีการศึกษา เพื่อให้ผู้ปกครองได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบาย กฎระเบียบ แนวทางการสอน โดยผู้ปกครองสามารถส่งข้อสงสัยมายังอีเมล

- แฟ้มสื่อสาร: คุณครูจัดทำและส่งแฟ้มสือสาร ทุกวันสุดสัปดาห์เพื่อชี้แจง เกี่ยวกับเนื้อหากิจกรรมการเรียนการสอนประจำสัปดาห์และพฤติกรรมนักเรียน ในกรณีผู้ปกครองมีข้อซักถามเพิ่มเติมสามารถสื่อสารกับมายังคุณครูได้

- Newsletter: คุณครูใหญ่จัดทำ Newsletter เพื่อสื่อสารถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละระดับชั้น เช่น การแจ้งวันสำคัญต่างๆเมนูอาหารและส่งภาพของนักเรียนให้เป็นประจำทุกวันศุกร์โดยจัดส่งทางอีเมล์

- E-mail: ทางโรงเรียนจะใช้วิธีสื่อสารโดยส่งเป็นจดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรืออีเมลจึงขอความร่วมมือจากผู้ปกครองทุกท่านช่วยแจ้งที่อยู่อีเมลที่ถูกต้องและกรุณาเช็คอีเมลของท่านเป็นประจำ

- Line Group: ทุกห้องเรียนจะมี Line Group เพื่อให้ผู้ปกครองได้รับข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว

ถาม การสอนให้เด็กอนุบาลอ่านเขียนจะไม่เครียดเกินไปสำหรับเด็กวัยนี้หรือ?

ตอบ - ทางโรงเรียนเชื่อว่าหากเด็กรู้สึกสนุกและมีความสุขกับสิ่งที่เรียนเด็กอนุบาลที่อยู่ในวัยนี้ จะสามารถเรียนรู้ได้ไวนักเรียนทุกระดับชั้นจะเลือกหนังสือนิทานกลับบ้านเป็นประจำทุกสัปดาห์และในระดับชั้นอนุบาล 3 นักเรียนได้เขียนไดอารี่บอกเล่าเรื่องราวของตนเอง ฉะนั้นการอ่านและเขียนของโรงเรียนจึงเป็นการอ่านเขียนที่มาจากสิ่งที่เด็กสนใจและเขียนจากจินตนาการ (Creative Writing) และทางโรงเรียนมีนโยบายให้นักเรียนรักภาษาไทยและการเรียนวิชาการโดยรู้สึกสนุกสนาน จึงจัดบรรยากาศการเรียนสภาพแวดล้อมในห้องเรียนต่อการเรียนรู้ จัดกิจกรรมการเรียนที่สนุกสนาน เช่น เกมการละเล่นต่างๆ เพื่อให้เด็กเรียนรู้เพลิดเพลินกับการเรียน และได้รับความรู้จากประสบการณ์จริงโดยผสมผสานระหว่างการเรียนรู้ด้วยตนเองจากมุมการเรียนจากการจัดกิจกรรมกลุ่มและใบงานผลคือเด็กแต่ละชั้นเรียน ได้รับการพัฒนาอย่างเป็นลำดับขั้นตอนตามแนวนโยบายโดยไม่ได้รู้สึกเครียดหรือถูกกดดันแต่อย่างใด
 

ถาม ถ้าเด็กยังช่วยเหลือตนเองไม่ได้ยังใช้ขวดนมใส่ผ้าอ้อมและยังไม่ยอมทานอาหารเองจะสามารถมาโรงเรียนได้หรือไม่?

ตอบ หากเด็กยังไม่ได้รับการฝึกจากที่บ้านก็สามารถมาโรงเรียนได้ค่ะ คุณครูของโรงเรียนมีคุณวุฒิ ความสามารถและประสบการณ์ในการฝึกฝนเด็กๆมาหลายรุ่น อีกทั้งภายในห้องเรียนมีคุณครูและพี่เลี้ยงคอยดูแลเด็กอย่างทั่วถึง เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กๆได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด รับประทานอาหารอิ่มและครบหมวดหมู่และมีการจัดที่นั่งนักเรียนระหว่างรับประทานอาหาร โดยให้เด็กที่ไม่คุ้นเคยการจับช้อนส้อมหรือป้อนที่บ้านให้นั่งคู่กับเด็กที่ช่วยเหลือตนเองได้ดี เพื่อให้เด็กที่ต้องได้รับการฝึกฝนเลียนแบบพฤติกรรมเด็กที่ช่วยเหลือตัวเอง เมื่อเห็นคนอื่นๆจับช้อนส้อมรับประทานเองก็จะเริ่มทำบ้างส่วน การที่เด็กยังติดขวดนมนั้นหากได้มีการวางแผนว่าจะให้เด็กเข้าโรงเรียน ควรฝึกการดื่มจากกล่องหรือแก้ว ในช่วงเวลาเช้าและกลางวัน แต่ยังสามารถใช้ขวดนมเฉพาะช่วงนอนได้ค่ะ ทั้งนี้หากยังไม่สามารถฝึกได้สำเร็จจากที่บ้านไม่ต้องเป็นกังวลค่ะ ผู้ปกครองสามารถนำขวดนมและนมผงที่ตวงแล้ว มาโรงเรียนได้ค่ะ เมื่อเด็กๆเห็นเพื่อนดื่มนมจากกล่องและแก้ว เด็กๆจะอยากปฏิบัติเหมือนเพื่อนไปเองค่ะ กรณีที่ยังใช้ผ้าอ้อมผู้ปกครองไม่ต้องกังวลค่ะ เด็กสามารถมาโรงเรียนโดยใส่ผ้าอ้อมมาได้คุณครูจะคอยสังเกตพฤติกรรมน้อง  เวลาต้องการปัสสาวะและถ่ายและจะเปลี่ยนผ้าอ้อมผืนใหม่โดยล้างทำความสะอาดและเช็ดให้แห้งทุกครั้ง เมื่อเด็กเริ่มหยุดร้องไห้จากการมาโรงเรียนวันแรกๆ คุณครูจะเริ่มพาเด็กๆเข้าห้องน้ำเป็นเวลาเพื่อปัสสาวะและเมื่อเด็กคุ้นเคยกับกิจวัตร ของการเดินเข้าห้องน้ำและเริ่มสื่อสารกับคุณครูคุณครูก็จะเริ่มถอดผ้าอ้อมออกจนในที่สุดเด็กไม่ต้องใส่ผ้าอ้อมอีกเลยค่ะ

ถาม เด็กร้องไห้มากในการมาเรียนครั้งแรก และจะร้องนานเท่าไหร่ ทางโรงเรียนจะดำเนินการอย่างไร เพื่อช่วยนักเรียน?

ตอบ เป็นเรื่องธรรมดาที่เด็กๆ จะร้องไห้เพราะต้องแยกจากบุคคลและสถานที่ที่มีความผูกพัน โรงเรียนจึงมีนโยบายให้นักเรียนใหม่ทุกคนเข้าเรียนหลักสูตรเตรียมความพร้อมประมาณ 1-2 เดือนก่อนเปิดภาคเรียน เนื่องจากระหว่างปิดภาคเรียนมีนักเรียนจำนวนน้อย จึงทำให้เด็กปรับตัวได้เร็วขึ้น ผู้ปกครองควรส่งนักเรียนตอนเวลาเมื่อเริ่มกิจกรรม โดยส่งนักเรียนให้คุณครูและบอกลาเด็กๆ ทุกครั้งโดยบอกว่าจะมารับเมื่อใด เพื่อไม่ให้เด็กเป็นกังวล เช่น กรณีเด็กเลิกครึ่งวัน ให้แจ้งว่าทานข้าวเสร็จพ่อแม่จะมารับ หรือกรณีเด็กเรียนเต็มวันให้แจ้งว่าตื่นนอนแล้วพ่อแม่จะมารับ โดยเฉลี่ยนักเรียนจะร้อง 1 ถึง 5 วันโดยจะร้องร้องหยุดหยุดตามช่วงเวลา บางคนร้องเฉพาะช่วงเช้าที่ผู้ปกครองมาส่งหรือเริ่มร้องในสัปดาห์ที่ 2 ของการมาโรงเรียนและบางคนไม่ร้องไห้เลย ทั้งนี้นักเรียนจะหยุดร้องไห้เร็วขึ้นหากทางโรงเรียนได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครอง โดยปฏิบัติตามนโยบายไม่ให้ผู้ปกครองอยู่ดูแลนักเรียนในห้องเรียนหรือแอบดูเด็กๆ หน้าห้องเนื่องจากจะทำให้เด็กไม่เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนไม่ปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนและครูในห้องเรียน เป็นเหตุ ให้เด็กๆปรับตัวได้ช้าคุณครูจะใช้การดูแลด้วยความรักและเอาใจใส่จัดกิจกรรมให้นักเรียนรู้สึกเพลิดเพลิน ได้แก่ การเล่านิทาน การเล่นสนาม ศิลปะเสรี เล่นกับสี ปั้นแป้งโดว์ เล่นเสรี ร้องเล่นเต้นรำ เป็นต้น

ถาม หากเด็กทำผิดทางโรงเรียนลงโทษเด็กอย่างไร?

ตอบ โรงเรียนมีนโยบายลงโทษโดยใช้วิธี Time Out โดยแยกเด็กที่ทำผิดมานั่งสงบ ลำพังคนเดียว หลังจากนั้นกล่าวตักเตือนสั้นๆง่ายๆ ให้นักเรียนเข้าใจว่าทำผิดเรื่องใด ก่อให้เกิดผลเสียอย่างไรบ้างและในระดับชั้น อ.2-อ.3 และชั้นประถมจะให้เวลานักเรียนทบทวนความผิดที่ทำด้วยและกล่าวขอโทษเพื่อน

ถาม นักเรียนที่จบจากโรงเรียนอันวิดาส่วนมากไปต่อประถม 1 ที่ไหน? 

ตอบ จากประสบการณ์ของโรงเรียนที่ผ่านมา นักเรียนของโรงเรียนสามารถสอบแข่งขันเข้าโรงเรียนที่เป็น ที่นิยมเด็กหลายคนสอบเข้าโรงเรียนดังๆได้ถึง 2-3 แห่ง บางคนได้ 1 แห่งบางคนสอบได้แต่ในที่สุดเลือกโรงเรียนใกล้บ้านเพื่อสะดวกต่อการรับส่ง

ถาม นักเรียนจะป่วยบ่อยไหมถ้ามาโรงเรียน?

ตอบ การป่วยของนักเรียนประกอบไปด้วยหลายปัจจัยค่ะ เด็กที่ไม่เคยไปโรงเรียนก็สามารถป่วยได้ เนื่องจากเชื้อโรคอยู่ในอากาศรอบๆตัวเราและเนื่องจากนักเรียนเริ่มเข้าสู่วัยเรียนซึ่งเป็นสังคมใหญ่กว่าที่บ้าน จึงมีโอกาสพบเชื้อโรคได้ทั้งนี้หากนักเรียนป่วยควรพักผ่อนอยู่บ้านเพื่อไม่แพร่เชื้อในโรงเรียน ผู้ปกครองควรสอนให้น้องสั่งน้ำมูกได้ด้วยตนเอง ทางโรงเรียนพบว่านักเรียนป่วยน้อยลงหรือไม่ป่วยเลยเมื่อใช้ชีวิตเป็นนักเรียนประมาณ 1 ภาคการเรียน

ถาม อุณหภูมิแอร์ในห้องเรียนเป็นอย่างไร?

ตอบ ฤดูร้อน 20-24 องศา 
      ฤดูฝน 23-24 องศา 
      ฤดูหนาว 24-25 องศา เปิดหน้าต่างตามเวลาเหมาะสม

เนื่องจากนักเรียนอยู่ในห้องหลายคน มีการเคลื่อนไหวตลอด ฉะนั้นการปรับอุณหภูมิในห้องจึงแตกต่างจากการตั้งอุณหภูมิให้ลูกที่บ้านค่ะ

ถาม ทางโรงเรียนมีมาตรการอย่างไรเมื่อถึงฤดูโรคระบาด?

ตอบ ในปัจจุบันโรคระบาดพบในเด็กวัยอนุบาล คือ มือเท้าปากและไข้หวัดใหญ่ ซึ่งจะพบในช่วงฤดูฝนและเมื่อเข้าฤดูหนาวจะพบว่านักเรียนบางคน อาจมีอาการอาเจียนและอุจจาระร่วง เชื้อโรคตา ซึ่งโรคทั้งหมดที่กล่าวมานี้สามารถเกิดกับเด็กที่ไม่เคยมาโรงเรียน ด้วยเนื่องจากโรคเหล่านี้แฝงตัวอยู่ในอากาศ ทางโรงเรียนได้ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคเฉพาะ จากต่างประเทศ สเปรย์บนของเล่นทุกชนิด ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อนักเรียน มีการสเปรย์ฆ่าเชื้อในห้องเรียน หมั่นพานักเรียนล้างมือ คุณครูใช้ถุงมืออนามัยทุกครั้งที่ทำความสะอาดให้นักเรียนในห้องน้ำ อาหารมีการเตรียมถูกหลักอนามัย ไม่อนุญาตให้นักเรียนที่ป่วยมาโรงเรียนจนกว่าจะหายเป็นปกติและไม่รับป้อนยาค่ะ มาตรการเหล่านี้ช่วยลดการระบาดได้ค่ะ
 

ถาม กรณีที่นักเรียนเป็นนักเรียนของโรงเรียนและทางโรงเรียนพบว่านักเรียนมีความบกพร่องทางร่างกายหรือและสงสัยว่ามีอาการบกพร่องทางสมอง?
 

ตอบ ทางโรงเรียนจะทำการประเมินพฤติกรรมและแจ้งให้ผู้ปกครองทราบ เพื่อให้ผู้ปกครองปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญและนำใบประเมินของแพทย์ มายื่นให้แก่โรงเรียน ในบางกรณีผู้ปกครองอาจต้องจัดหาพี่เลี้ยงมาประกบนักเรียน เมื่ออยู่ที่โรงเรียนและในบางกรณีหากนักเรียนมีความบกพร่อง ซึ่งมีผลกระทบต่อนักเรียนคนอื่นๆในห้องเรียน นักเรียนจะพ้นจากการเป็นนักเรียนทั้งนี้ขอให้ผู้ปกครองสังเกตบุตรหลานสม่ำเสมอ เช่น ไม่สบตาในขณะที่สนทนา พูดเรื่องอื่นขึ้นมาในขณะที่กำลังสนทนาเรื่องใดเรื่องหนึ่งอยู่และไม่อยู่นิ่งขณะฟังนิทาน

ถาม ในกรณีที่เป็น Waiting List จะทราบเมื่อไหร่ว่าได้ที่เรียนหรือไม่? 

ตอบ กรณีนักเรียนจะเข้าภาคการเรียนที่ 1 จะทราบผลในเดือนธันวาคม และกรณีนักเรียนจะเข้าภาคเรียนที่ 2 จะทราบผลในเดือนกันยายน

ถาม ผู้ปกครองต้องเตรียมค่าใช้จ่ายใดๆอีกระหว่างนักเรียนศึกษาที่อันวิดา? 

ตอบ เสื้อกีฬาสี ประมาณ 250 บาท  ชุดการแสดง ประมาณ 1,500 บาท  บัตรชมการแสดงประมาณ 300-500 บาท  

เข้าค่ายลูกเสือ และทัศนศึกษา

โรงเรียนอันวิดา | เปิดสอนหลักสูตรเตรียมอนุบาล อนุบาล ประถมศึกษา

โรงเรียนอันวิดา

59/843 เมืองทองธานี โครงการ 1 ซอย 3  ถนนแจ้งวัฒนะ ปากเกร็ด นนทบุรี 11120

ติดต่อทางอีเมล์ คลิกเลย !

Copyright © 2020 Anvida School.​​

ติดตามเราได้ที่

จีเนียส เว็บสวย ติดหน้าแรกๆ Google

DESIGN  by

HOVER EFFECTS

HOVER EFFECTS

A collection of hover effects with fine lines, white space and clean typography.

HOVER EFFECTS

HOVER EFFECTS

A collection of hover effects with fine lines, white space and clean typography.

HOVER EFFECTS

HOVER EFFECTS

A collection of hover effects with fine lines, white space and clean typography.

ติดต่อเรา คลิกเลย!

ติดต่อเรา คลิกเลย !

เนอสเซอรี่ นนทบุรี ,โรงเรียนเตรียมอนุบาล ,โรงเรียนอนุบาลแถวแจ้งวัฒนะ ,Nonthaburi Primary School,Kindergarten chaengwattana  ,อนุบาล นนทบุรี ,โรงเรียนประถม นนทบุรี,โรงเรียนอนุบาลแถวนนทบุรี ,โรงเรียนนานาชาติ นนทบุรี,โรงเรียนเอกชนนนทบุรี ,Daycare,Baby Daycare,Daycare School,Mini english program,Nuersery chaengwattana,Kindergarten in Nonthaburi,Nonthaburi Private School,Nonthaburi International School,เนอส์เซอรี่ ,เนอสเซอรี่ รับเลี้ยงเด็ก,เนอสเซอรี่ แจ้งวัฒนะ,รับดูแลเด็ก,รับเลี้ยงเด็ก  ,เตรียมอนุบาล นนทบุรี,โรงเรียนเนอสเซอรี่,โรงเรียนรับเลี้ยงเด็ก,โรงเรียนเตรียมอนุบาล,สถานรับเลี้ยงเด็ก,เด็กก่อนวัยเรียน,รับเลี้ยงเด็ก 1 ขวบ,รับเลี้ยงเด็ก 2 ขวบ  ,เสริมทักษะเด็กเล็ก

โรงเรียนอนุบาลแถวแจ้งวัฒนะ​