ถาม ขอทราบประวัติโรงเรียน?

ตอบ โรงเรียนเปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 โดยผู้ก่อตั้งและผู้รับใบอนุญาต คือ คุณอันวิดา อภิจารี จบการศึกษาด้านปฐมวัย B.Ed.Early Childhood Education และ M.Ed School Management จากรัฐวิกตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย มีประสบการณ์การสอนในประเทศออสเตรเลียและโรงเรียนนานาชาติ ในประเทศไทย โดยโรงเรียนผ่านการตรวจมาตรฐานการศึกษาคุณภาพด้านตัวเด็กในระดับ ”ดีมาก” จาก สมศ. (สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาองค์การมหาชน) และด้วยคุณภาพในตัวเด็กความโดดเด่นด้านวิชาการและกิจกรรมการเรียนการสอนจึงสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ปกครองและนิยมส่งบุตรธิดามาศึกษาที่อนุบาลแห่งนี้ทำให้จำนวนนักเรียนมากขึ้นทุกปี
 

ถาม สัดส่วนการรับนักเรียนต่อห้อง?

ตอบ  ในระดับเตรียมอนุบาล ครู 2 ท่าน /ครูพี่เลี้ยง 1 ท่าน ต่อเด็ก 21 คน 
       ในระดับอนุบาล 1-3  ครู 2 ท่าน ต่อเด็ก 25 คน 
       ในระดับประถม 1-6 ครูประจำชั้น และครูประจำวิชา  เด็ก 30 คน 

ถาม คุณครูจบการศึกษาอะไรมา?

ตอบ คุณครูประจำชั้นทุกท่าน จบการศึกษาอย่างน้อยปริญญาตรีทางครุศาสตร์เอกปฐมวัย  หรือจบหลักสูตรวุฒิบัตร ครูทุกท่านมีใบประกอบวิชาชีพครู หรือ/และมีประสบการณ์ ครูคู่ชั้นจบปริญญาตรีทุกท่านมีประสบการณ์และมีใจรักเด็ก สามารถร่วมสอนและดูแลด้านร่างกายสุขอนามัยของเด็กทุกคน นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังเน้นให้คุณครูใฝ่หาความรู้ เพื่อพัฒนาคุณภาพของการสอนด้วยการจัดการอบรม โดยเชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญและเดินทางศึกษาดูงานตามหน่วยการเรียนรู้ต่างๆที่จะสอนนักเรียน
 

ถาม โรงเรียนสอนแนวไหน?

ตอบ โรงเรียนเน้นการสอนที่ลงมือปฏิบัติจริงและการเป็นผู้นำทางด้านความคิดและผสมผสานวิธีการสอนที่หลากหลาย  ให้เหมาะสมกับแต่ละกิจกรรมได้แก่การสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นนักเรียน โดยนักเรียนเป็น Active learner และคุณครูมีหน้าที่ควบคุมให้การสนทนาอยู่ในขอบเขตเนื้อหา และเพิ่มเติมเนื้อหาที่จำเป็นต่อการเรียนรู้เช่นแนว Categorizing เพื่อฝึกฝนทักษะการคิดวิเคราะห์ จัดหมวดหมู่และแยกประเภทจากการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 เช่น Cooperative Learning ในการทำงานกลุ่มเพื่อให้นักเรียนสามารถสร้างผลงานกลุ่ม ใช้Lecture โดยการทบทวนผ่านกิจกรรมสนุกสนาน เพื่อสอนพื้นฐานการใช้ภาษาไทยและคณิตศาสตร์เป็นการปูพื้นฐานและเชื่อมโยงไปสู่การนำไปใช้ในชีวิตจริง ได้แก่ การอ่านป้ายต่างๆ การอ่านหนังสือที่สนใจและสามารถสื่อสารโดยการพูดและเขียนความคิดของตนเองอย่างเหมาะสมตามวัย การเรียนในแนวนี้ทำให้นักเรียนที่จบจากโรงเรียนมีความโดดเด่นทางด้าน IQ และ EQ

ในแต่ละสัปดาห์คุณครูจะแนะนำ “หัวข้อการเรียนรู้” ของแต่ละสัปดาห์เช่น สัตว์ป่า, วงจรชีวิตกบ, รุ้งเจ็ดสี ซึ่งจะช่วยปูพื้นฐานทางความรู้รอบตัว คุณครูจะตั้งคำถามของ หัวข้อนั้นๆเพื่อเปิดโอกาสให้เด็กๆร่วมสนทนาและแบ่งปันประสบการณ์ และนำไปสู่รูปแบบการสอนที่มีการเชื่อมโยงระหว่างวิชา ทุกหัวข้อการเรียนรู้มีวิชาที่เกี่ยวข้องในการเรียนมากกว่า 2 วิชาซึ่งสร้างความน่าสนใจในวิชาต่างๆและจะกระตุ้นให้ผู้เรียนคิดได้กว้างและลึกซึ้งมากขึ้นนักเรียนจะได้เห็นความสำคัญของวิชาต่างๆ ค้นพบวิธีบูรณาการความรู้เข้าด้วยกันและเชื่อมโยงสิ่งที่ตนเองเรียนรู้ไปสู่การนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

 

ถาม โรงเรียนใช้หลักสูตรอะไร?

ตอบ ในระดับชั้นอนุบาลหลักสูตรที่โรงเรียนใช้ในการสอนคือ Mini English Program และ English Program และระดับประถมใช้หลักสูตร  English Program เนื่องจากในปัจจุบันภาษาอังกฤษมีความสำคัญกับชีวิตประจำวันมากขึ้น ทางโรงเรียนมีความเชื่อว่าเด็กแต่ละวัยมีความสนใจในการเรียนรู้และมีศักยภาพในการเรียนที่แตกต่าง โรงเรียนจึงพัฒนาหลักสูตรประจำสถานศึกษาที่อิงจากหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยของกระทรวงศึกษาธิการส่งเสริมและเติมเต็มศักยภาพทางด้านร่างกายสังคมจริยธรรมคุณธรรมอารมณ์จิตใจและสติปัญญาโดยตั้งจุดประสงค์การเรียนรู้ของแต่ละกลุ่มสาระของแต่ละระดับชั้นอย่างชัดเจน ได้แก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ ความรู้รอบตัว และเชาวน์ปัญญา พละ ศิลปะและดนตรีเพื่อเติมเต็มความอยากรู้ของนักเรียนและช่วยพัฒนาศักยภาพ โดยประยุกต์ ความรู้ที่เรียนมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นรูปประธรรม เป็นผู้รักการอ่านเขียนมีความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าคิดและแสดงออกอย่างเหมาะสมและมีภาวะเป็นผู้นำ

ถาม โรงเรียนมีการประกันคุณภาพการศึกษาอย่างไร?

ตอบ โรงเรียนได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยสมศ และได้รับคะแนนระดับ “ดีมาก” ทุกปีการศึกษา

ถาม โรงเรียนสื่อสารอย่างไรกับผู้ปกครองบ้าง?

ตอบ - Videoปฐมนิเทศ ทางโรงเรียนได้จัดให้มีการส่งคลิปวีดีโอปฐมนิเทศให้ผู้ปกครองใหม่ทุกปีการศึกษา เพื่อให้ผู้ปกครองได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบาย กฎระเบียบ แนวทางการสอน โดยผู้ปกครองสามารถส่งข้อสงสัยมายังอีเมล

- แฟ้มสื่อสาร: คุณครูจัดทำและส่งแฟ้มสือสาร ทุกวันสุดสัปดาห์เพื่อชี้แจง เกี่ยวกับเนื้อหากิจกรรมการเรียนการสอนประจำสัปดาห์และพฤติกรรมนักเรียน ในกรณีผู้ปกครองมีข้อซักถามเพิ่มเติมสามารถสื่อสารกับมายังคุณครูได้

- Newsletter: คุณครูใหญ่จัดทำ Newsletter เพื่อสื่อสารถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละระดับชั้น เช่น การแจ้งวันสำคัญต่างๆเมนูอาหารและส่งภาพของนักเรียนให้เป็นประจำทุกวันศุกร์โดยจัดส่งทางอีเมล์

- E-mail: ทางโรงเรียนจะใช้วิธีสื่อสารโดยส่งเป็นจดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรืออีเมลจึงขอความร่วมมือจากผู้ปกครองทุกท่านช่วยแจ้งที่อยู่อีเมลที่ถูกต้องและกรุณาเช็คอีเมลของท่านเป็นประจำ

- Line Group: ทุกห้องเรียนจะมี Line Group เพื่อให้ผู้ปกครองได้รับข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว

ถาม การสอนให้เด็กอนุบาลอ่านเขียนจะไม่เครียดเกินไปสำหรับเด็กวัยนี้หรือ?

ตอบ - ทางโรงเรียนเชื่อว่าหากเด็กรู้สึกสนุกและมีความสุขกับสิ่งที่เรียนเด็กอนุบาลที่อยู่ในวัยนี้ จะสามารถเรียนรู้ได้ไวนักเรียนทุกระดับชั้นจะเลือกหนังสือนิทานกลับบ้านเป็นประจำทุกสัปดาห์และในระดับชั้นอนุบาล 3 นักเรียนได้เขียนไดอารี่บอกเล่าเรื่องราวของตนเอง ฉะนั้นการอ่านและเขียนของโรงเรียนจึงเป็นการอ่านเขียนที่มาจากสิ่งที่เด็กสนใจและเขียนจากจินตนาการ (Creative Writing) และทางโรงเรียนมีนโยบายให้นักเรียนรักภาษาไทยและการเรียนวิชาการโดยรู้สึกสนุกสนาน จึงจัดบรรยากาศการเรียนสภาพแวดล้อมในห้องเรียนต่อการเรียนรู้ จัดกิจกรรมการเรียนที่สนุกสนาน เช่น เกมการละเล่นต่างๆ เพื่อให้เด็กเรียนรู้เพลิดเพลินกับการเรียน และได้รับความรู้จากประสบการณ์จริงโดยผสมผสานระหว่างการเรียนรู้ด้วยตนเองจากมุมการเรียนจากการจัดกิจกรรมกลุ่มและใบงานผลคือเด็กแต่ละชั้นเรียน ได้รับการพัฒนาอย่างเป็นลำดับขั้นตอนตามแนวนโยบายโดยไม่ได้รู้สึกเครียดหรือถูกกดดันแต่อย่างใด
 

ถาม ถ้าเด็กยังช่วยเหลือตนเองไม่ได้ยังใช้ขวดนมใส่ผ้าอ้อมและยังไม่ยอมทานอาหารเองจะสามารถมาโรงเรียนได้หรือไม่?

ตอบ หากเด็กยังไม่ได้รับการฝึกจากที่บ้านก็สามารถมาโรงเรียนได้ค่ะ คุณครูของโรงเรียนมีคุณวุฒิ ความสามารถและประสบการณ์ในการฝึกฝนเด็กๆมาหลายรุ่น อีกทั้งภายในห้องเรียนมีคุณครูและพี่เลี้ยงคอยดูแลเด็กอย่างทั่วถึง เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กๆได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด รับประทานอาหารอิ่มและครบหมวดหมู่และมีการจัดที่นั่งนักเรียนระหว่างรับประทานอาหาร โดยให้เด็กที่ไม่คุ้นเคยการจับช้อนส้อมหรือป้อนที่บ้านให้นั่งคู่กับเด็กที่ช่วยเหลือตนเองได้ดี เพื่อให้เด็กที่ต้องได้รับการฝึกฝนเลียนแบบพฤติกรรมเด็กที่ช่วยเหลือตัวเอง เมื่อเห็นคนอื่นๆจับช้อนส้อมรับประทานเองก็จะเริ่มทำบ้างส่วน การที่เด็กยังติดขวดนมนั้นหากได้มีการวางแผนว่าจะให้เด็กเข้าโรงเรียน ควรฝึกการดื่มจากกล่องหรือแก้ว ในช่วงเวลาเช้าและกลางวัน แต่ยังสามารถใช้ขวดนมเฉพาะช่วงนอนได้ค่ะ ทั้งนี้หากยังไม่สามารถฝึกได้สำเร็จจากที่บ้านไม่ต้องเป็นกังวลค่ะ ผู้ปกครองสามารถนำขวดนมและนมผงที่ตวงแล้ว มาโรงเรียนได้ค่ะ เมื่อเด็กๆเห็นเพื่อนดื่มนมจากกล่องและแก้ว เด็กๆจะอยากปฏิบัติเหมือนเพื่อนไปเองค่ะ กรณีที่ยังใช้ผ้าอ้อมผู้ปกครองไม่ต้องกังวลค่ะ เด็กสามารถมาโรงเรียนโดยใส่ผ้าอ้อมมาได้คุณครูจะคอยสังเกตพฤติกรรมน้อง  เวลาต้องการปัสสาวะและถ่ายและจะเปลี่ยนผ้าอ้อมผืนใหม่โดยล้างทำความสะอาดและเช็ดให้แห้งทุกครั้ง เมื่อเด็กเริ่มหยุดร้องไห้จากการมาโรงเรียนวันแรกๆ คุณครูจะเริ่มพาเด็กๆเข้าห้องน้ำเป็นเวลาเพื่อปัสสาวะและเมื่อเด็กคุ้นเคยกับกิจวัตร ของการเดินเข้าห้องน้ำและเริ่มสื่อสารกับคุณครูคุณครูก็จะเริ่มถอดผ้าอ้อมออกจนในที่สุดเด็กไม่ต้องใส่ผ้าอ้อมอีกเลยค่ะ

ถาม เด็กร้องไห้มากในการมาเรียนครั้งแรก และจะร้องนานเท่าไหร่ ทางโรงเรียนจะดำเนินการอย่างไร เพื่อช่วยนักเรียน?

ตอบ เป็นเรื่องธรรมดาที่เด็กๆ จะร้องไห้เพราะต้องแยกจากบุคคลและสถานที่ที่มีความผูกพัน โรงเรียนจึงมีนโยบายให้นักเรียนใหม่ทุกคนเข้าเรียนหลักสูตรเตรียมความพร้อมประมาณ 1-2 เดือนก่อนเปิดภาคเรียน เนื่องจากระหว่างปิดภาคเรียนมีนักเรียนจำนวนน้อย จึงทำให้เด็กปรับตัวได้เร็วขึ้น ผู้ปกครองควรส่งนักเรียนตอนเวลาเมื่อเริ่มกิจกรรม โดยส่งนักเรียนให้คุณครูและบอกลาเด็กๆ ทุกครั้งโดยบอกว่าจะมารับเมื่อใด เพื่อไม่ให้เด็กเป็นกังวล เช่น กรณีเด็กเลิกครึ่งวัน ให้แจ้งว่าทานข้าวเสร็จพ่อแม่จะมารับ หรือกรณีเด็กเรียนเต็มวันให้แจ้งว่าตื่นนอนแล้วพ่อแม่จะมารับ โดยเฉลี่ยนักเรียนจะร้อง 1 ถึง 5 วันโดยจะร้องร้องหยุดหยุดตามช่วงเวลา บางคนร้องเฉพาะช่วงเช้าที่ผู้ปกครองมาส่งหรือเริ่มร้องในสัปดาห์ที่ 2 ของการมาโรงเรียนและบางคนไม่ร้องไห้เลย ทั้งนี้นักเรียนจะหยุดร้องไห้เร็วขึ้นหากทางโรงเรียนได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครอง โดยปฏิบัติตามนโยบายไม่ให้ผู้ปกครองอยู่ดูแลนักเรียนในห้องเรียนหรือแอบดูเด็กๆ หน้าห้องเนื่องจากจะทำให้เด็กไม่เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนไม่ปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนและครูในห้องเรียน เป็นเหตุ ให้เด็กๆปรับตัวได้ช้าคุณครูจะใช้การดูแลด้วยความรักและเอาใจใส่จัดกิจกรรมให้นักเรียนรู้สึกเพลิดเพลิน ได้แก่ การเล่านิทาน การเล่นสนาม ศิลปะเสรี เล่นกับสี ปั้นแป้งโดว์ เล่นเสรี ร้องเล่นเต้นรำ เป็นต้น

ถาม หากเด็กทำผิดทางโรงเรียนลงโทษเด็กอย่างไร?

ตอบ โรงเรียนมีนโยบายลงโทษโดยใช้วิธี Time Out โดยแยกเด็กที่ทำผิดมานั่งสงบ ลำพังคนเดียว หลังจากนั้นกล่าวตักเตือนสั้นๆง่ายๆ ให้นักเรียนเข้าใจว่าทำผิดเรื่องใด ก่อให้เกิดผลเสียอย่างไรบ้างและในระดับชั้น อ.2-อ.3 และชั้นประถมจะให้เวลานักเรียนทบทวนความผิดที่ทำด้วยและกล่าวขอโทษเพื่อน

ถาม นักเรียนที่จบจากโรงเรียนอันวิดาส่วนมากไปต่อประถม 1 ที่ไหน? 

ตอบ จากประสบการณ์ของโรงเรียนที่ผ่านมา นักเรียนของโรงเรียนสามารถสอบแข่งขันเข้าโรงเรียนที่เป็น ที่นิยมเด็กหลายคนสอบเข้าโรงเรียนดังๆได้ถึง 2-3 แห่ง บางคนได้ 1 แห่งบางคนสอบได้แต่ในที่สุดเลือกโรงเรียนใกล้บ้านเพื่อสะดวกต่อการรับส่ง

ถาม นักเรียนจะป่วยบ่อยไหมถ้ามาโรงเรียน?

ตอบ การป่วยของนักเรียนประกอบไปด้วยหลายปัจจัยค่ะ เด็กที่ไม่เคยไปโรงเรียนก็สามารถป่วยได้ เนื่องจากเชื้อโรคอยู่ในอากาศรอบๆตัวเราและเนื่องจากนักเรียนเริ่มเข้าสู่วัยเรียนซึ่งเป็นสังคมใหญ่กว่าที่บ้าน จึงมีโอกาสพบเชื้อโรคได้ทั้งนี้หากนักเรียนป่วยควรพักผ่อนอยู่บ้านเพื่อไม่แพร่เชื้อในโรงเรียน ผู้ปกครองควรสอนให้น้องสั่งน้ำมูกได้ด้วยตนเอง ทางโรงเรียนพบว่านักเรียนป่วยน้อยลงหรือไม่ป่วยเลยเมื่อใช้ชีวิตเป็นนักเรียนประมาณ 1 ภาคการเรียน

ถาม อุณหภูมิแอร์ในห้องเรียนเป็นอย่างไร?

ตอบ ฤดูร้อน 20-24 องศา 
      ฤดูฝน 23-24 องศา 
      ฤดูหนาว 24-25 องศา เปิดหน้าต่างตามเวลาเหมาะสม

เนื่องจากนักเรียนอยู่ในห้องหลายคน มีการเคลื่อนไหวตลอด ฉะนั้นการปรับอุณหภูมิในห้องจึงแตกต่างจากการตั้งอุณหภูมิให้ลูกที่บ้านค่ะ

ถาม ทางโรงเรียนมีมาตรการอย่างไรเมื่อถึงฤดูโรคระบาด?

ตอบ ในปัจจุบันโรคระบาดพบในเด็กวัยอนุบาล คือ มือเท้าปากและไข้หวัดใหญ่ ซึ่งจะพบในช่วงฤดูฝนและเมื่อเข้าฤดูหนาวจะพบว่านักเรียนบางคน อาจมีอาการอาเจียนและอุจจาระร่วง เชื้อโรคตา ซึ่งโรคทั้งหมดที่กล่าวมานี้สามารถเกิดกับเด็กที่ไม่เคยมาโรงเรียน ด้วยเนื่องจากโรคเหล่านี้แฝงตัวอยู่ในอากาศ ทางโรงเรียนได้ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคเฉพาะ จากต่างประเทศ สเปรย์บนของเล่นทุกชนิด ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อนักเรียน มีการสเปรย์ฆ่าเชื้อในห้องเรียน หมั่นพานักเรียนล้างมือ คุณครูใช้ถุงมืออนามัยทุกครั้งที่ทำความสะอาดให้นักเรียนในห้องน้ำ อาหารมีการเตรียมถูกหลักอนามัย ไม่อนุญาตให้นักเรียนที่ป่วยมาโรงเรียนจนกว่าจะหายเป็นปกติและไม่รับป้อนยาค่ะ มาตรการเหล่านี้ช่วยลดการระบาดได้ค่ะ
 

ถาม กรณีที่นักเรียนเป็นนักเรียนของโรงเรียนและทางโรงเรียนพบว่านักเรียนมีความบกพร่องทางร่างกายหรือและสงสัยว่ามีอาการบกพร่องทางสมอง?
 

ตอบ ทางโรงเรียนจะทำการประเมินพฤติกรรมและแจ้งให้ผู้ปกครองทราบ เพื่อให้ผู้ปกครองปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญและนำใบประเมินของแพทย์ มายื่นให้แก่โรงเรียน ในบางกรณีผู้ปกครองอาจต้องจัดหาพี่เลี้ยงมาประกบนักเรียน เมื่ออยู่ที่โรงเรียนและในบางกรณีหากนักเรียนมีความบกพร่อง ซึ่งมีผลกระทบต่อนักเรียนคนอื่นๆในห้องเรียน นักเรียนจะพ้นจากการเป็นนักเรียนทั้งนี้ขอให้ผู้ปกครองสังเกตบุตรหลานสม่ำเสมอ เช่น ไม่สบตาในขณะที่สนทนา พูดเรื่องอื่นขึ้นมาในขณะที่กำลังสนทนาเรื่องใดเรื่องหนึ่งอยู่และไม่อยู่นิ่งขณะฟังนิทาน

ถาม ในกรณีที่เป็น waiting List จะทราบเมื่อไหร่ว่าได้ที่เรียนหรือไม่? 

ตอบ กรณีนักเรียนจะเข้าภาคการเรียนที่ 1 จะทราบผลในเดือนธันวาคม และกรณีนักเรียนจะเข้าภาคเรียนที่ 2 จะทราบผลในเดือนกันยายน

ถาม ผู้ปกครองต้องเตรียมค่าใช้จ่ายใดๆอีกระหว่างนักเรียนศึกษาที่อันวิดา? 

ตอบ เสื้อกีฬาสี ประมาณ 250 บาท  ชุดการแสดง ประมาณ 1,500 บาท  บัตรชมการแสดงประมาณ 300-500 บาท  

เข้าค่ายลูกเสือ และทัศนศึกษา

02-574-5091​

02-574-5091​